กรณีชุมชนห้วยหินดำ ตำบลวังยาว
อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี
ชาวกะเหรี่ยงโปว์ หรือที่พวกเขาเรียกตัวเองว่า เผล่อ
เป็นอีกชนเผ่าหนึ่งกลุ่มหนึ่งที่มีวิถีชีวิตที่พึ่งพาอาศัยธรรมชาติ
โดยจะเห็นได้จากวิถีชีวิตเกษตรแบบไร่หมุนเวียน * ซึ่งเป็นเกษตรกรรมที่ถ้อยทีถ้อยอาศัยกับทรัพยากรธรรมชาติ
รวมทั้งมีการยึดถือปฏิบัติตามความเชื่อที่ว่าดิน น้ำ ป่าไม้
ล้วนแต่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดูแลรักษา ถ้ามนุษย์จะเข้าไปใช้ประโยชน์จะต้องมีการขออนุญาตก่อน
ดังนั้นการที่จะทำไร่ ตัดต้นไม้ หรือถางป่า พวกเขาจะมีพิธีกรรมอันอ่อนน้อม
เพื่อเป็นแสดงถึงการเคารพและบูชาทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในชุมชนหรือเป็นกลอุบายอย่างหนึ่งในการดูเลรักษาร่วมกัน
อันเป็นผลให้แหล่งทรัพยากรธรรมชาติในชุมชนยังดำรงอยู่ได้มาจนถึงปัจจุบัน
แต่ด้วยกระแสโลกาภิวัฒน์ที่เชี่ยวกรากนำพาเอาความเจริญรุ่งเรืองของเทคโนโลยีเข้ามามากมาย
ประเพณี วัฒนธรรมความศรัทธาเชื่อมั่นดังกล่าวจึงเริ่มเสื่อมลงไปตามกาลเวลา
รวมทั้งนโบายของรัฐที่มุ่งพัฒนาเศรษฐกิจ โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อทรัพยากรธรรมชาติและวิถีชีวิตของชุมชน
ที่ยังคงพึ่งพาอาศัยทรัพยากรเหล่านั้นในการดำรงชีวิต ตลอดทั้งการพัฒนาและส่งเสริมเกษตรกรรมแบบเชิงเดี่ยวเพื่อป้อนผลผลิตสู่ระบบอุตสาหกรรม
จึงเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้วิถีเกษตรที่สอดคล้องกับธรรมชาติอย่างไร่หมุนเวียนค่อยๆ
เลือนหายไปจากชุมชนกะเหรียง
อีกปัจจัยหนึ่งที่เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ไร่หมุนเวียนเกือบจะต้องยุติบทบาทในการเลี้ยงปากเลี้ยงท้องผู้คนกะเหรี่ยงก็คือนโยบายการจัดการทรัพยากรของชาติที่ออกจะผิดทิศผิดทาง
จนทำให้พื้นที่ป่าลดลงในเวลาอันรวดเร็ว และพื้นที่ป่าที่เหลืออยู่ก็มีหน่วยงานรัฐเข้ามากำกับดูแลส่งผลให้ชาวบ้านที่ยังทำไร่หมุนเวียนอยู่ประสบปัญาหา
เนื่องจากถูกมองว่าเป็นวิถีเกษตรที่ทำลายป่า
ปัจจุบันยังมีชาวกะเหรี่ยงอีกมากมายที่ยึดถือการปลูกข้าวไร่หมุนเวียนเพื่อเลี้ยงครอบครัว
แต่สิ่งที่ค่อยๆ เลือนหายไปก็คือความเชื่อหรือศรัทธาที่แสดงออกมาในรูบแบบพิธีกรรมต่างๆ
อ๊องคะดุ
เป็นวัฒนธรรมของชาวกะเหรี่ยงที่จะต้องทำการเสี่ยงทายเพื่อหาพื้นที่ที่เหมาะที่จะทำไร่โดยเรียกเป็นภาษากะเหรี่ยงว่า
อ๊องคะดุ คือเมื่อพบพื้นที่ที่มีลักษณะทางกายภาพเหมาะแก่การทำไร่อันได้แก่พื้นที่ตรงนั้นไม่ลาดชันจนเกินไปดินร่วนไม่มีหินมาก
และอยู่ใกล้ลำห้วย จากนั้นจะเป็นการเสี่ยงทายว่าพื้นที่ตรงนี้ทำไร่
แล้วจะได้ผลผลิตดีหรือไม่เจ้าป่า ผีหลวงที่รักษาพื้นที่ตรงนั้นอยู่จะอนุญาตไหม
โดยการนำเมล็ดข้าวเปลือก 7 เมล็ด กองรวมกันไว้ที่พื้นดินแล้วนำกะลามะพร้าวครอบไว้แล้วอธิฐานว่าถ้าหากที่ตรงนี้ทำไร่แล้วจะได้ผลผลิตดีขอให้ข้าวเปลือกที่กองไว้อยู่ในสถาพเดิมไม่เคลื่อนย้าย
เสร็จแล้วจักไม้ไผ่เสียบไขว้กันเป็นรูปกากบาทปักเอาไว้เป็นสัญลักษณะว่าที่นี่มีคนเสี่ยงทายแล้ว
หลังจากนั้นกลับบ้านไปนอน 1 คืน
ถ้าคืนนั้นฝันดีก็แสดงว่าจะได้พื้นที่ทำไร่และเมื่อไปดูเมล็ดข้าวก็จะอยู่ในสภาพเดิม
แต่ถ้าฝันร้ายเมล็ดข้าวก็จะมีการเคลื่อนที่จริงเมื่อไปดู
จะต้องเลือกพื้นที่และทำการเสี่ยงทายใหม่ หากมีการผืนทำไร่ในที่ที่ไม่ได้รับอนุญาตแล้วก็จะเกิดเหตุร้ายต่างๆนานากับคนในครอบครัวนั้น
และการทำไร่จะมีอุปสรรค์มากมายทำไปแล้วผลผลิตก็จะไม่ได้
การปฏิบัติพิธี อ๊องคะดุ จะทำก็ต่อเมื่อมีการถางพื้นที่ใหม่
เช่นในกรณีมีการเคลื่อนย้ายชุมชนจากแห่งหนึ่งไปยังแห่งหนึ่งในสมัยก่อน
ในปัจจุบันพื้นที่ป่าลดลง เส้นทางเดินในป่าที่คนกะเหรี่ยงเคยคิดว่ายาวไกลไม่มีที่สิ้นสุดและผืนป่าอ้นกว้างใหญ่ไพศาลถูกขีดเส้นแบ่งปันกันดูแลโดยรัฐ
การกอบโกยผลประโยชน์จากทรัพยากรอย่างไม่มีขีดจำกัดทำให้ทรัพยากรป่าไม้ลดลง
และผืนป่าอันเป็นเสมือนชีวิตของคนกะเหรียงก็แคบลงเช่นกัน
ไม่เพียงแต่พิธี อ๊องคะดุ เท่านั้นที่กำลังเลือนหายไป
ประเพณีความเชื่อในสิ่งที่มองไม่เห็นหลายๆ อย่างที่เป็นกฏแห่งธรรมชาติในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่แผงอยู่ในวิถีปฏิบัติของพวกเขาก็กำลังถูกลืมโดยกระแสสังคมเมือง
ซึ่งมุ่งพัฒนาความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และความมั่นคงในชีวิตที่มีเงินในกระเป๋าเป็นตัวชี้นำที่สำคัญ
ผู้คนจึงมีการแข่งขันกันมากขึ้นเพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินเงินทองและหลงลืมรากเหง้าวิถีชีวิตของตัวเอง
และนั่นไม่ได้หมายความถึงเฉพาะสังคมเมืองเท่านั้น แต่ยังมีชุมชนเล็กๆ
ที่เป็นความหลากหลายทางด้านกลุ่มชาติพันธุ์ของสังคมไทย
กลุ่มนี้กำลังมีวิถีชีวิตที่เปลี่ยนด้วยเช่นกัน
แก้วตา ธัมอิน
อาสาสมัครโครงการสนับสนุนความร่วมมือในประเทศไทย
*ไร่หมุนเวียน คือรูปแบบหนึ่งในการทำการเกษตรแบบพึ่งพิงระบบธรรมชาติ
โดยเคลื่อนย้ายพื้นที่ไปประมาณ 7-8 แปลง ในเวลา 1 ปี ต่อ
1 แปลง โดยทิ้งให้พื้นที่ที่ใช้แล้วมีการปรับตัวให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติ
และเวียนมาทำไร่ซ้ำที่เดิมอีกครั้งเมื่อครบกำหนดเวลา ใช้พื้นที่น้อยแต่ได้ผลผลิตสูงและรักษาความสมดุลของระบบนิเวศป่าไปในตัว
ส่วนรัฐและคนทั่วไปเข้าใจว่าไร่หมุนเวียนคือ ไร่เลื่อนลอย
นั่นเอง
|