ชุมชนท้องถิ่นมีสิทธิและเข้าถึงการจัดการทรัพยากรป่าไม้ อันนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยได้รับการสนับสนุนอย่างเหมาะสมทางด้านนโยบาย และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย
 | หน้าแรก| |
 
 เกี่ยวกับเรา
    รู้จักโครงการ
    การดำเนินการ
    ติดต่อเรา

 ข่าวสาร
   ข่าวและกิจกรม
   ประชาสัมพันธ์
   บทสัมภาษณ์ สกู้ปพิเศษ
 เอกสารเผยแพร่
   บทความ
   งานวิจัย
   หนังสือ/เอกสาร
   ประชุม/สัมมนา
   กรณีศึกษาป่าชุมชน
   เครื่องมือการทำงาน
 จิปาถะ
   เสียงจากป่า
   เล่าด้วยภาพ
   แนวความคิด "ป่าชุมชน"
   เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง
 สมาชิก
   ลงทะเบียนสมัครสมาชิก
   รายชื่อสมาชิก
 จดหมายข่าว

จดหมายข่าว "ป่า กับ ชุมชน"
ฉบับที่ 29

  จำนวนผู้เข้าชม
คุณเข้ามาเป็นคนที่
 
 
เสียงจากป่า
บ้านหลวงหวงป่า อ.บ้านหลวง จ.น่าน
โดย ภัชราภรณ์ สาคำ || 04/07/2007

ป่าชุมชนบ้านหลวงหวงป่า อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน
นางสาวภัชราภรณ์ สาคำ

“ เรามีที่ดินทำนา ทำไร่ เราต้องรักษาป่าไม้ ต้นน้ำ ลำธารไว้ก่อน ถ้าป่าไม้อุดมสมบูรณ์มีน้ำไหลตลอดปี ก็มีอาหารและน้ำดื่ม น้ำใช้ตลอดปี มีป่าไม้ก็มีฝลตกตามฤดูกาล ปลูกพืชทำนาได้ การปล่อยให้นายทุนตัดไม้ ทำให้คนต้องอพยพไปขายแรงงานที่อื่น เพราะความอดอยาก เพราะป่าคือคลังอาหารของชาวบ้าน ”
นายปั๋น อินหลี

ชุมชนมีการจัดการป่าอย่างไร
บ้านหลวง อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของจังหวัดน่าน เป็นบริเวณหุบเขา ที่อยู่ห่างจากตัวจังหวัดน่านประมาณ 45 กิโลเมตร เป็นชุมชนที่มีการจัดการป่ามาตั้งแต่ พ.ศ. 2518ปัจจุบันพื้นที่ป่าชุมชนมีจำนวนเนื้อที 12,500 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ป่า 4 ตำบลของอำเภอบ้านหลวงเป็นหลายหมื่นไร่ แต่อย่างไรก็ตามแม้สถานการณ์ด้านการจัดการป่าชุมชนจะดำรงได้ถึงทุกวันนี้ ชาวบ้านหลวงหวงป่าได้รวมตัวกันเพื่อให้เกิดการจัดการป่ามามายาวนานกว่า 30 ปี โดยมีวิวัฒนาการการจัดการป่าดังนี้
ประมาณปลายปี 2516 ชาวบ้านหลวง อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน ได้รวมตัวกันเพื่อคัดค้านนายทุนที่เข้ามาตัดไม้ทำลายบริเวณพื้นที่ป่าห้วยสีพัน นายทุนค้าไม้จากจังหวัดน่านได้จ้างคนไปตัดโค่นเอาไม้ที่ป่าห้วยสีพัน (เขตพื้นที่ตำบลสวด อำเภอบ้านหลวงปัจจุบัน) บริเวณข้างถนนตัดใหม่กม. 36 ถนนหมายเลข 1091 น่าน -พะเยา ทับถมบริเวณลำห้วยสีพันที่ชาวบ้านอาศัยหากินในป่าแห่งนั้น ซึ่งมีการใช้รถยนต์บรรทุกออกไปส่งทางเมืองน่าน ขณะนั้นผู้นำชุมชนคือ นายปั๋น อินหลี ตระหนักถึงผลกระทบจากการตัดไม้ทำลายป่าจากหนังสือพิมพ์ ที่ทำให้แผ่นดินแห้งแล้ง ฝนไม่ตกตามฤดูกาล ส่งผลให้ชาวบ้านอดยาก จึงร่วมปรึกษาหารือรวมพลังกันต่อสู้ไม่ให้นายทุนตัดไม้ทำลายป่าบริเวณดังกล่าว การต่อต้านครั้งถือว่าเป็นการต่อต้านครั้งแรกของทางภาคเหนือ ต้องเสี่ยงกับอันตรายต่อชีวิตจากกระสุนปืน แต่ไม่หวาดหวั่นเพราะได้กำลังใจจากบรรพบุรุษหรือคนในชุมชนที่เคยสอนไว้ว่า เรามีที่ดินทำนา ทำไร่ เราต้องรักษาป่าไว้ ป่าไม้คือ คลังอาหารของชาวบ้าน
เดือนพฤศจิกายน 2516 ได้ทำหนังสือรายงานแจ้งไปที่ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน รับทราบเกี่ยวกับสถานการณ์ในพื้นที่ และมีคำสั่งให้นายทุนยับยั้งการตัดไม้บริเวณดังกล่าว แต่ไม่ได้ผล
วันที่ 15 พฤษภาคม 2518 ทางราชการยกฐานะตำบลสวดขึ้นเป็นกิ่งอำเภอบ้านหลวง ได้มีการเข้าร้องเรียนต่อรองผู้ว่าจังหวัดน่าน ที่มาเป็นประธานเปิดกิ่งอำเภอ ก็ไม่ได้รับความช่วยเหลือที่ควร
วันที่ 13 มิถุนายน 2518 ชาวบ้านจึงรวมตัวกันพบผู้ว่าจังหวัดน่าน ที่หอประชุมศาลากลางจังหวัดน่าน ยื่นหนังสือคำชี้ขาดต่อผู้ว่าราชการจังหวัดน่านให้นายทุนเอาช้างที่ไปชักลากไม้พร้อมรถยนต์ออกจากป่าห้วยสีพันภายใน 3 วัน หากไม่ยอมชาวบ้านจะจัดการเอง ห้ามราชการเข้าไปยุ่งเกี่ยว ซึ่งทางผู้ว่าราชการรับปากจะจัดการให้รู้ผลภายใน 7 วัน จนกระทั้งวันที่ 16 มิถุนายน 2518 มีส.ส จังหวัดน่าน คนหนึ่งเข้าไปที่บ้านกำนันบอกว่าจะพาเข้ากรุงเทพฯ พบรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อให้รัฐมนตรีจัดเอาตำรวจป่าไม้มาจับกุมนายทุนให้รู้ผลภายใน 7 วัน แต่โดนหลอกให้ไปที่โรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดน่าน พบตัวแทนจากของนายทุน ขอให้ยุติการขัดขวางการตัดไม้โดยการให้สินบนตั้งแต่ 3,000-100,000 บาท พร้อมรถปิคอัพ 1 คัน แต่ทางชาวบ้านไม่ยอมรับยืนยันว่าจะยังคงรักษาป่าไว้ จากนั้นชาวบ้านโดนข่มขู่ ระหว่างอยู่ที่บ้านถูกอำนาจมืดข่มขู่อยู่ตลอดจนถูกกล่าวหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์ ชาวบ้านจึงพากันเข้าไปพบปลัดหัวหน้ากิ่งอำเภอแจ้งให้ได้รับทราบและห้ามให้ราชการเข้าไปยุ่งเกี่ยวเรื่องป่าไม้ ชาวบ้านจะจัดการเองทั้งทางตรงและทางอ้อม
วันที่ 21 ธันวาคม 2518 ชาวบ้านได้ทราบข่าวว่าทางนายทุนเอารถยนต์เข้ามาบรรทุกไม้ป่าที่ห้วยสีพัน จึงได้รวมตัวกัน 32 คนไปที่ป่าดังกล่าวเข้ายึดรถบรรทุกไม้ 5 คัน พร้อมกับคนงาน 12 คน ห้ามเคลื่อนย้ายรถ ห้ามนำไม้ลงจากรถจนกว่าจะแก้ปัญหาแล้วเสร็จโดยการโค่นต้นไม้ปิดทางไว้ และพากันเฝ้าปิดฝาล้อมไว้ จากนั้นชาวบ้านทะยอยเข้าไปรวมถึง 500 คน
วันที่ 22 ธันวาคม 2518 นายปั๋น อินหลีและชาวบ้าน 3 คนเดินทางไปเชียงใหม่และวันที่ 23 ธันวาคม 2518 ได้เข้าพบนายจาตุรนต์ ฉายแสง ขณะนั้นเป็นประธานนายกสโมสรนิสิตนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้เล่าสภาพปัญหาต่างๆ ตลอดทั้งผลกระทบที่ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนมากว่า 2 ปีแล้ว เมื่อได้รับทราบข้อเท็จจริงพร้อมกับผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ที่สัมภาษณ์ จึงส่งนักศึกษาเข้าไปช่วยแก้ปัญหา 5 คน ไปดูสถานที่ดังกล่าวเพื่อถ่ายรูปและสภาพป่าที่เสียหายไว้เป็นหลักฐาน วันรุ่งขึ้นนายทุนเจ้าของไม้ไปพบชาวบ้านและนักศึกษาขอเอารถออกไปและยอมสละไม้จำนวน 3,600 ท่อน ตลอดทั้งสัญญาว่าจะไม่เข้ามาแตะต้องป่าไม้แห่งนี้ต่อไป จากนั้นชาวบ้านทำลายเส้นทางและปล่อยให้ไม้ผุพังตามธรรมชาติ
ต่อมาทางสื่อมวลชนต่างๆ ทั้งหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ เข้าไปทำข่าวและสร้างความเข้าใจสู่สาธารณะชนมากยิ่งขึ้น หลังจากนั้นตั้งแต่ปี 2518 ชาวบ้านได้ต่อสู้เรื่องป่าไม้อย่างต่อเนื่อง จนกระทั้งนายทุนได้ออกจากพื้นที่ไป อย่างไรก็ตามชาวบ้านยังได้ร่วมมือกันดูแลรักษาป่ามาตลอด
เมื่อเดือนมกราคม ปี 2521 นายปั๋น อินหลี ได้รับเลือกเป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4 ตำบลสวดและได้รับเลือกเป็นกำนันตำบลสวดในปีเดียวกัน รวมระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง 12 ปี 10 เดือน และได้ร่วมกันขยายพื้นที่ป่าออกออกไป 4 ตำบลของอำเภอบ้านหลวง ซึ่งพื้นที่หลายหมื่นไร่ แต่ชุมชนยังขาดแคลนปัจจัยเพื่อการสนับสนุนการดูแลรักษาป่าอยู่จำนวนมาก

ปัจจุบันชาวบ้านบ้านหลวงหวงป่าคิดอะไรอยู่
องค์กรชาวบ้านบ้านหลวงหวงป่า ปัจจุบันยังคงมีความตั้งใจที่จะดูแลรักษาป่า พื้นที่ป่าชุมชนจึงมีความอุดมสมบูรณ์เป็นที่ทำมาหากินของชาวบ้าน เป็นที่พึ่งพิงที่สำคัญของชุมชน อย่างไม่มีวันหมด ตลอดทั้งชาวบ้านยังคิดค้นหาวิธีการในการพัฒนารูปแบบวิธีการจัดการป่าเพื่อให้เกิดการจัดการป่าอย่างยั่งยืนต่อไป

………………………………………………………………………………………………………………………
ประวัติบุคคล :
นายปั๋น อินหลี ประธานป่าชุมชนกลุ่มบ้านหลวงหวงป่า ปัจจุบันอายุ 66 ปี อาชีพเกษตรกรรม
วันที่ 2 สิงหาคม 2533 ได้รับโล่และประกาศเกียรติคุณ “คนดีศรีสังคม ” จากศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ ประธานองคมนตรีที่โรงแรมแลนด์มาร์ค กรุงเทพฯ สนับสนุนโดยมูลนิธิหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ มูลนิธิหมู่บ้าน น้ำมันมรกต
วันที่ 23 พฤษภาคม 2536 ได้รับเกียรติคุณจากนายจิรโรจน์ โชติพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน สนับสนุนโดยพระครูพิทักษ์ นันทคุณ ประธานกลุ่มฮักเมืองน่าน พระเทพนันทาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดน่าน วันสืบชะตาน้ำน่าน
วันที่ 7 สิงหาคม 2542 ได้รับประกาศนียบัตรจากพลเอกสุรยุทธ จุลานนท์ ผู้บัญชาการทหารบก ที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมโครงการคืนชีวิตกล้วยไม้ไทยสู่ไพรพฤกษ์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริขององค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคา อำเภอปัว จังหวัดน่าน
วันที่ 20 ธันวาคม 2544 ได้รับโล่ขององค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถและประกาศเกียรติคุณจากนายอนันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นรางวัลดีเด่นประเภทบุคคล ของโครงการลูกโลกสีเขียว ที่ห้องประชุม ปตท.ถนนวิภาวดี กรุงเทพฯ

สถานที่ติดต่อ: ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ที่ทำการกลุ่มบ้านหลวงหวงป่า บ้านป๋าเป๋ย หมู่ที่ 4 อาคารโรงพยาบาลเก่า ต.สวด อ.บ้านหลวง จ.น่าน 55190

 
<<กลับ
 
      
All rights And reserved by ThCCSP under RECOFTC : Web Design by Thailand Collaborative Country Support Program