ชุมชนท้องถิ่นมีสิทธิและเข้าถึงการจัดการทรัพยากรป่าไม้ อันนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยได้รับการสนับสนุนอย่างเหมาะสมทางด้านนโยบาย และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย
 | หน้าแรก| |
 
 เกี่ยวกับเรา
    รู้จักโครงการ
    การดำเนินการ
    ติดต่อเรา

 ข่าวสาร
   ข่าวและกิจกรม
   ประชาสัมพันธ์
   บทสัมภาษณ์ สกู้ปพิเศษ
 เอกสารเผยแพร่
   บทความ
   งานวิจัย
   หนังสือ/เอกสาร
   ประชุม/สัมมนา
   กรณีศึกษาป่าชุมชน
   เครื่องมือการทำงาน
 จิปาถะ
   เสียงจากป่า
   เล่าด้วยภาพ
   แนวความคิด "ป่าชุมชน"
   เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง
 สมาชิก
   ลงทะเบียนสมัครสมาชิก
   รายชื่อสมาชิก
 จดหมายข่าว

จดหมายข่าว "ป่า กับ ชุมชน"
ฉบับที่ 29

  จำนวนผู้เข้าชม
คุณเข้ามาเป็นคนที่
 
 
บทความ
พ.ร.บ.ป่าชุมชนไม่คืบ เพราะขาดจินตนาการเชิงสถาบัน
โดย Pachumchon.com || 03/07/2007


สถาบันและการจัดระเบียบทางสถาบัน

สิทธิ หรือระบอบกรรมสิทธิ์นั้น แท้ที่จริงก็คือ “สถาบันทางสังคม” (Institution) ซึ่งอาจมีความหมายได้ 2 ประการ ประการแรก หมายถึงกฎกติกา อีกประการต่อมา หมายถึงองค์กร หรือกลุ่มคนที่มีการจัดระเบียบ

ตามความหมายที่ใช้กันอยู่โดยทั่วไป อาจจะจำกัดอยู่แต่ความหมายที่สองเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ในเชิงวิชาการสังคมศาสตร์นั้นให้ความสำคัญกับความหมายแรกมากกว่า

บทบาทของสถาบันในการจัดการทรัพยากร ได้รับการกล่าวถึงมานาน โดยเฉพาะใน “เศรษฐศาสตร์สถาบัน” ซึ่งเน้นบทบาท กฎกติกาในความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ หรือการสร้างแรงจูงใจในการจัดสรรทรัพยากร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องระบบกรรมสิทธิ์ ซึ่งไม่ได้มีแต่กรรมสิทธิ์ของเอกชนเพียงอย่างเดียว แต่มีความหลายหลายขึ้นอยู่กับจินตนาการและนวัตกรรมในการจัดระเบียบทางสถาบันของแต่ละสังคม ที่อาจแบ่งระบอบกรรมสิทธิ์ในทรัพยากรให้มีความละเอียดและสลับซับซ้อน ตามบริบทของท้องถิ่นและความสัมพันธ์กับรัฐ การจัดระเบียบทางสถาบันจึงไม่จำกัดว่าต้องเป็นระบอบกรรมสิทธิ์แบบใดแบบหนึ่ง แต่อาจจะเป็นไปในรูปแบบการปรับแต่งให้มีความเหมาะสม

กฎหมายเกี่ยวกับสิทธิชุมชน หรือ พ.ร.บ.ป่าชุมชนจึงอาจจะออกมาในรูปของรายการของการจัดระเบียบเชิงสถาบันในรูปแบบสิทธิที่หลากหลายตามความเหมาะสมกับสภาพท้องถิ่น


ทำไม พ.ร.บ.ป่าชุมชน ยังไม่ถึงไหน ?

เหตุที่กระบวนการผลักดัน พ.ร.บ.ป่าชุมชนในประเทศไทย ที่ไม่มีความก้าวหน้าเท่าที่ควร ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะความสับสนทางทฤษฎีที่นำมาจากตะวันตก เช่น ทฤษฎี “โศกนาฏกรรมของส่วนรวม” โดย Garret Hardin (1968) ซึ่งพูดถึง “ทรัพยากรส่วนรวม” ในความหมายว่าเป็นทรัพย์สินที่ไม่มีเจ้าของ และเสนอทางออกว่าควรให้รัฐเข้ามาบริหารจัดการ หรือไม่ก็ต้องใช้ระบบการตลาดเข้ามาจัดสรรทรัพยากร

การจำกัดทางเลือกในการจัดการทรัพยากรแค่สองทางเช่นนี้ ทำให้เกิดความเสียหายทางนโยบายอย่างมาก เพราะปฏิเสธแนวทางที่ผู้ใช้ทรัพยากรจะสร้างระบบตรวจสอบ กำหนดข้อบังคับ และบทลงโทษในการใช้ทรัพยากรระหว่างสมาชิกกลุ่มในสถานการณ์สิ่งแวดล้อมหนึ่ง ๆ

อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมางานวิจัยจำนวนมากได้พยายามรื้อทิ้งอิทธิพลของแนวความคิดดังกล่าว โดยการเสนอแนวคิด และข้อเท็จจริงว่ามีการจัดการทรัพยากรในระบบกรรมสิทธิ์ร่วมในทรัพยากรที่นอกเหนือไปจากกรรมสิทธิ์ของรัฐและกรรมสิทธิ์ของเอกชน จึงนับว่ากระบวนทัศน์ในเรื่องของระบอบกรรมสิทธิ์ในสังคมไทยมีการเปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมาก

แต่การที่ พ.ร.บ.ป่าชุมชน ยังไม่ไปถึงไหน หรือไม่มีตำแหน่งแห่งที่ในระบอบกรรมสิทธิ์ในกฎหมายไทยนั้น ปัญหาจึงไม่น่าจะเป็นเรื่องของการขาดกระบวนทัศน์ หรือขาดหลักฐานที่เป็นข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ แต่อาจมีอุปสรรค์อยู่ที่การขาดจินตนาการเกี่ยวกับสถาบันในหมู่ชนชั้นนำและผู้กำหนดนโยบาย ทั้ง ๆ ที่สิทธิชุมชนได้รับการบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน และกฎระเบียบของท้องถิ่นนั้นมีมานานนับร้อยปีแล้ว อย่างเช่น กฎระเบียบของป่าชุมชนดั้งเดิม รวมทั้งกฎระเบียบเหมืองฝายที่มีพัฒนาการมากกว่า 700 ปี

จะเห็นได้ชัดว่าส่วนที่ขาดหายไปของการจัดระเบียบเชิงสถาบันของสิทธิชุมชนในระบบกรรมสิทธิ์ของสังคมไทยก็คือ พระราชบัญญัติที่จะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างสิทธิชุมชนตามกฎหมาย หรือ พ.ร.บ.ป่าชุมชนนั่นเอง

ดังนั้น ถ้ายึดถือหลักการว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายที่ศักดิ์สิทธิของประเทศแล้ว พ.ร.บ.ป่าชุมชนต้องมีขึ้นให้ได้ในสังคมไทย การเปลี่ยนแปลงในจุดนี้นับว่ามีความความสำคัญต่อระบอบของอำนาจอย่างมาก เพราะหน่วยงานของรัฐที่ตั้งมั่นอยู่ในสิทธิ อำนาจ และผลประโยชน์มานานนับร้อยปี ย่อมไม่ต้องการที่จะสูญเสียสิ่งเหล่านี้ไปง่าย ๆ

ความมุ่งมั่นที่จะสร้างระบอบสิทธิชุมชนในสังคมไทย จึงจำเป็นต้องอาศัยเจตนารมณ์ทางการเมืองที่แน่วแน่ หรือไม่ก็ต้องอาศัยการผลักดันขึ้นไปจากระดับรากหญ้าของขบวนการประชาชน

ที่มา : www.Pachumchon.com

ตัดตอนและเรียบเรียงจาก : ชูศักดิ์ วิทยาภัค.(2542). “วิบากกรรม พ.ร.บ.ป่าชุมชน ปัญหาการขาดกระบวนทัศน์หรือว่าขาดจินตนาการทางสถาบันกันแน่ ?” , ในบุญตา สืบประดิษฐ์ และอัจฉรา รักยุติธรรม.สามทศวรรษป่าชุมชนท่ามกลางความสับสนของสังคมไทย. เชียงใหม่ : มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ.

รายละเอียดบทความ แนะนำ : เป็นงานเขียนของนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่หยิบยกมาชวนอ่านซึ่งผู้เขียนได้อ้างอิงถึงสิทธิชุมชน ในการจัดการทรัพยากรที่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน และกฎระเบียบของท้องถิ่นที่มีมาช้านาน ทำไมความก้าวหน้าจากการเรียกร้องพ.ร.บ. ป่าชุมชนเพื่อรองรับสิทธิชุมชนในการจัดการดังกล่าวไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด ปัญหาและอุปสรรคอยู่ที่ชุมชนไม่มีความสามารถในการจัดการ หรืออาจอยู่ที่การขาดจินตนาการเกี่ยวกับสถาบันในหมู่ชนชั้นผู้นำและผู้กำหนดนโยบายเป็นเรื่องที่ชวนน่าติดตาม
พ.ร.บ.ป่าชุมชนไม่คืบ เพราะขาดจินตนาการเชิงสถาบัน

 
<<กลับ
 
      
All rights And reserved by ThCCSP under RECOFTC : Web Design by Thailand Collaborative Country Support Program