ชุมชนท้องถิ่นมีสิทธิและเข้าถึงการจัดการทรัพยากรป่าไม้ อันนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยได้รับการสนับสนุนอย่างเหมาะสมทางด้านนโยบาย และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย
 | หน้าแรก| |
 
 เกี่ยวกับเรา
    รู้จักโครงการ
    การดำเนินการ
    ติดต่อเรา

 ข่าวสาร
   ข่าวและกิจกรม
   ประชาสัมพันธ์
   บทสัมภาษณ์ สกู้ปพิเศษ
 เอกสารเผยแพร่
   บทความ
   งานวิจัย
   หนังสือ/เอกสาร
   ประชุม/สัมมนา
   กรณีศึกษาป่าชุมชน
   เครื่องมือการทำงาน
 จิปาถะ
   เสียงจากป่า
   เล่าด้วยภาพ
   แนวความคิด "ป่าชุมชน"
   เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง
 สมาชิก
   ลงทะเบียนสมัครสมาชิก
   รายชื่อสมาชิก
 จดหมายข่าว

จดหมายข่าว "ป่า กับ ชุมชน"
ฉบับที่ 29

  จำนวนผู้เข้าชม
คุณเข้ามาเป็นคนที่
 
 
บทความ
ป่าชายเลน...ป้อมปราการธรรมชาติ ชายฝั่งทะเล “ป่าชายเลนช่วยต้านภัยคลื่นสึนามิ”
โดย สนิท อักษรแก้ว || 03/07/2007

ภัยจากสึนามิ (Tsunami) ซึ่งเกิดจากแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงในบริเวณท้องทะเลทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะสุมาตรา วัดความรุนแรงได้ถึง 9.0 ริกเคอร์ เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2547 ได้ก่อให้เกิดความเสียหายทั้งคนและทรัพย์สินอย่างใหญ่หลวง โดยการที่คลื่นยักษ์ได้ถาโถมเข้าทำลายชีวิตและทรัพย์สินบริเวณชายฝั่งมหาสมุทรอินเดีย รวมทั้งชายฝั่งทะเลอันดามันของประเทศไทนอย่างรุนแรงและบ้าคลั่ง ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากคลื่นยักษ์คราวนี้ในประเทศต่างๆหลายประเทศตายและสูญหายกว่า 250,000 คน รวมทั้งบาดเจ็บและไร้ที่อยู่อาศัยอีกนับล้านคน ทรัพย์สินเสียหายเหลือคณานับ สภาพจิตใจของผู้รอดชีวิตบอบช้ำยาที่จะเยียวยาให้กลับคืนมาในระยะสั้น แต่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าต้นไม้หลายชนิดที่อยู่ตามบริเวณชายหาดชายฝั่งทะเลทั่วไป โดยเฉพาะป่าชายเลน ได้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในกาช่วยมนุษย์มากมายหลายชีวิต โดยเป็นที่พึ่งสุดท้ายให้เกาะยึดไม่ถูกคลื่นพัดพาไป อีกทั้งยังหยุดยั้งและลดความบ้าคลั่งของคลื่นยักษ์ให้สลายลงได้อย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันยังช่วยป้องกันความเสียหาย ทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่อยู่ตามบริเวณชายฝั่งทะเลอันดามันได้เป็นจำนนมาก สำหรับบริเวณที่พบว่าเสียหายส่วนใหญ่จะอยู่ในที่ราบตามชายฝั่งและชายหาด ที่เป็นพื้นที่รับแรงปะทะคลื่นยักษ์โดยตรง ปราศจากป่าชายเลนหรือต้นไม้ประเภทอื่นที่กั้นขวาง

เราได้เรียรู้มาเป็นเวลานานและเป็นที่ยอมรับแล้วว่าป่าชายเลนที่ขึ้นกระจายอยู่ตามชายฝั่งทะเลของประเทศไทย ได้มีบทบาทอันสำคัญในการสร้างความมั่นคงให้แก่ความเป็นอยู่ของประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศมาแต่บรรพกาล ทั้งด้านป่าไม้และการประมง ซึ่งเอื้ออำนวยการอยู่ร่วมกันมาโดยตลอด กล่าวคือ ซากพืชที่ร่วงหล่นลงสู่พื้นป่าประมาณหนึ่งกิโลกรัมต่อตารางเมตจรต่อปี จะผุสลายกลายเป็นธาตุอาหารที่อุดมสมบูรณ์จำเป็นแก่การเจริญเติบโตของพืชและสัตว์ที่อยู่ตามชายฝั่ง ทำให้มีปริมาณสัตว์น้ำมากมายหบลายชนิดเข้ามาอาศัยวางไข่และแสวงหาอาหาร สัตว์เล็กจะกลายเป็นอาหารของสัตว์ใหญ่ในรูปของห่วงโซ่อาหาร ต่อเนื่องงกันไปสู่สัตว์น้ำในทะเลลึก ทำรายได้ให้ก่ผู้ประกอบอาชีพด้านการประมงและมีรายได้เข้าประเทศมากมายมหาศาล ในด้านหารป่าไม้ก็เช้นกัน ป่าชายเลนได้มีส่วนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของชาติมาแต่โบราณกาล โดยสามารถผลิตถ่านไม้โกงกางที่มีคุณภาพดีที่สุดของโลก มีสมบัติติดไฟทนนาน และให้ความร้อนสูง ทำให้มีการสร้างงานและมีการหมุนเวียนของเงินตราในระบบเศรษฐกิจที่ก่อให้เกิดความอยู่ดีกินดีของประชาชน แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าป่าชายเลนของประเทศไทยในอดีตที่มีอยู่ถึง 2.3 ล้านไร่ใน พ.ศ.2504 ได้ถูกทำลายลงด้วยกิจกรรมหลายประเภทของมนุษย์ จนมีพื้นที่เหลืออยู่น้อยเพียงประมาณ 1.05 ล้านไร่ใน พ.ศ.2539 อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบครั้งล่าสุดผ่านภาพถ่ายดาวเทียมโดยที่ยังไม่มีการสำรวจรายละเอียดในภาคพื้นดิน ในพ.ศ.2543 ปรากฎว่า มีพื้นที่ป่าชายเลนเพิ่มขึ้นเป็น 1,525,997.67 ไร่ ส่วนใหญ่อยู่ในบริเวณชายฝั่งทะเลอันดามัน ตั้งแต่จังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสุดชายฝั่งทะเลที่จังหวัดสตูล มีป่าชายเลนทั้งสิ้นจำนวนถึง 1,103,037 ไร่ ส่วนภาคใต้ทางฝั่งตะวันออกด้านอ่าวไทยในจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา และปัตตานีมีพื้นที่ป่าชายเลนเพียง 206,407 ไร่ สำหรับภาคตะวันออกจากจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี จนสุดชายแดนที่ตราด มีป่าชายเลนจำนวน 128,469 ไร่ และบริเวณภาคกลางตั้งแต่จังหวัดสมุทรปราการ กรุงเทพฯ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ มีป่าชายเลนจำนวนค่อนข้างน้อย เพียง 88,072 ไร่เท่านั้น

ป่าชายเลนของประเทศไทยมีบทบาทที่สำคัญอีกมากมายมหาศาลนอกจากให้ประโยชน์ทั้งด้านป่าไม้และประมงแล้ง ยังหลั่นหรองสิ่งปฎิกูลและกักเก็บตะกอนต่างๆโดยที่ระบบรากที่โยงใยเกาะเกี่ยวกันเหนือพื้นทดินจะช่วยในการทำหน้าที่นี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังทำหน้าที่ดูดซับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์และเก็บกักธาตุคาร์บอนไว้ในเนื้อไม้ อันเป็นการลดต้นเหตุที่จะทำให้อุณภูมิโลกร้อนขึ้น เป็นห้องสมุดธรรมชาติที่ใช้ในการศึกษาหาความรู้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด และป้องกันชายฝั่งพังทลายจากคลื่นลมที่พัดรุนแรงในช่วงฤดูมรสุม เป็นต้น

จากปรากฎการณ์ใหม่ในประเทศชายฝั่งมหาสมุทรอินเดีย รวมทั้งประเทศไทยที่ผจญกับคลื่นสึนามิที่ผ่านมาในเดือนธันวาคม พ.ศ.2547 เราคงไม่อาจปฎิเสธได้ว่าป่าชายเลนที่แทรกตัวอยู่ในบริเวณชายฝั่งทะเลอันดามัน ได้มีบทบาทอันสำคัญในการยับยั้งและลดพลังแรงของคลื่นยักษ์ที่ถาโถมเข้าสู่ชายฝั่งได้อย่างน่าอัศจรรย์ แม้ว่าคลื่นที่ปะทะกับป่าชายเลนได้ทำให้เกิดความเสียหายแก่ไม้ป่าชายเลยบางชนิดที่อยู่ในแนวหน้าบ้าง แต่การทำให้คลื่นยักษ์ลดพลังลงได้ ไม่ก่อให้เกิดความสูญเสียอย่างร้ายแรงในพื้นที่บริเวณด้านหลังซึ่งมีคุณค่ามากมายมหาศาลยิ่งนัก ความสูญเสียของป่าชายเลนที่พบมากนั้นได้แก่ไม้เบิกนำที่ขึ้นอยู่ในแนวหน้าบนดินเลนอ่อน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชนิดไม้แสมขาวซึ่งมีเรือนรากแผ่กว้างและยึดดินไม่ลึกนัก อยู่ตามผิวดิน มีลำต้นเปราะบางเมื่อปะทะกับคลื่นที่มีความเร็วสูงจึงล้มลงและหักได้ง่าย ความเสียหายมากน้อยจึงขึ้นอยู่กับความรุนแรงของคลื่นที่กระทบ ต่าสำหรับพื้นที่ชายฝั่งทะเลที่มีไม้โกงกางขึ้นอยู่แล้ว ไม้โกงกางจะเสียหายน้อยกว่า เนื่องจากรากยึดเกาะดินได้ลึก และลำต้นเหนี่ยวอ่อนเอนตามแรงคลื่นลมได้ง่าย อย่างไรก็ตามป่าชายเลนบริเวณที่อยู่หลังลึกจากชายฝั่งเข้าไปไม่เกิน 100 เมตร ส่วนใหญ่ยังคงมีสภาพเหมือนเดิม จะมีก็แต่เพียงตะกอนทราย ขยะ เครื่องใช้ และสิ่งหักพังที่ถูกพัดพาเข้ามาทับถมในบริเวณป่าชายเลนโดยแรงส่งของคลื่นสึนามิเท่านั้น

จากการที่พลังคลื่นสึนามิได้ถูกสลายพลังโดยป่าชายเลนอย่างสิ้นเชิงจึงเป็นผลให้หมู่บ้านจำนวนมากที่อยู่หลังป่าชายเลนไม่ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง อย่างที่น่าจะเป็นและผลปรากฎอย่างเช่นบริเวณหาดสุขสำราญ กิ่งอำเภอสุขสำราญ จังหวัดระนอง ซึ่งเป็นแนวต่อเขตระหว่างจังหวัดระนองกับจังหวัดพังงา และเป็นที่ตั้งของสถานีวิจัยทรัพยากรชายฝั่งของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ณ บริเวณนี้คลื่นสึนามินั้นได้กวาดล่างทำลายชีวิตของเจ้าหน้าที่และทรัพย์สินของทางราชการตลอดจนบ้านเรือนของราษฎรที่ตั้งอยู่ในบริเวณนี้มาช้านานจำนวน 190 ครัวเรือน ประชาชนเสียชีวิตทันที 172 คน ได้มีผู้รอดตายจากพื้นที่นี้หลายคนเล่าว่า ที่นอดตายมาได้เพราะเกาะต้นไม้บริเวณป่าชายเลนและชายหาดไว้ เมื่อคลื่นยักษ์พุ่งเข้าสู่ป่าชายเลนด้านหลังชานหาด กำลังแรงของคลื่นยักษ์ได้สลายลงเกือบฉับพลัน จึงพบว่ามีร่องรอยความเสียหายของป่าในระยะลึกเข้าไปเพียงไม่กี่สิบเมตรเท่านั้น จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า เหตุใดชีวิตและทรัพย์สินของคนที่อยู่ในและหลังป่าชานยเลนไม่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากคลื่นสึนามิแต่อย่างใดในบริเวณจังหวัดพังงาก็เช่นเดียวกันไม่ว่าจะเป็นเกาะพระทอง เขตอำเภอคุระบุรี หรือบริเวณป่าชายเลนใหล้บ้านน้ำเค็ม ดำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ที่มีคลื่นสึนามิทำลายล้างเกือบทั้งหมู่บ้าน จะหลงเหลืออยู่เพียงแต่บ้านเรือนและโรงเรียนที่อยู่หลังป่าชายเลนเท่านั้นที่ไม่ได้รับความเสียหายใดๆปรากฎการณ์นี้เป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่า เหตุใดหมู่บ้ายชายฝั่งทะเลอันดามันของประเทศไทยจำนวน 418 หมู่บ้านที่ได้รับคลื่นสึนามิแต่ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงเพียง 30 หมู่บ้านเท่านั้น เนื่องจากมีป่าชายเลนช่วยไว้ สำหรับป่าชายเลนนั้นพบว่าได้รับความเสียหายจากคลื่นสึนามิครั้งนี้เพียงเล็กน้อยประมาณ 2,000 ไร่เท่านั้น และเสียหายรุนแรงประมาณเพียง 500 ไร่คิดเป็นค่าเสียหายประมาณ 20 ล้านบาท ดังนั้น ลองคิดวาดภาพและจินตนาการดูซิว่า หากไม่มีป่าชายเลนชายฝั่งทะเลอันดามันดังที่เป็นอยู่แล้ว อะไรจะเกิดขึ้น และความเสียหายจะมหาศาลเพียงใดจากภัยคลื่นสึนามิในครั้งนี้

ป่าชายเลนจึงมิใช่เพียงแต่ให้ประโยชน์ทำฟืน ทำถ่าน เป็นแหล่งเพาะขยายพันธุ์สัตว์น้ำนานาชนิด เป็นแหล่งกำเนิดห่วงโซ่อาหารสัตว์น้ำดังที่เข้าใจกันทั่วไปเท่านั้น แต่บทบาทที่สำคัญของป่าชายเลนในครั้งนี้ชี้ให้เห็นแล้วว่าสามารถทำหน้าที่ป้องกันภัยจากคลื่นสึนามิได้อย่างยอดเยี่ยมและน่าอัศจรรย์ยิ่ง จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศจึงได้พยายามอนุรักษ์และปลูกป่าชายเลนบริเวณชายฝั่งทะเลอ่าวเบงกอลจำนวนประมาณสองล้านไร่ไว้เพื่อป้องกันภัยจากลมพายุหมุนหรือไซโคลนที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งบริเวณอ่าวเบงกลอนี้ในแต่ละปี และเพราะจากประสบการณ์ที่ประชาชนนับแสนคนเคยประสบภัยพิบัติอย่างหนักเมื่อ พ.ศ.2513 มาแล้วนั่นเอง

สุดท้ายขอถามว่า ป่าชายเลนชายฝั่งทะเลอ่าวไทยและพื้นที่ชายหาดของเรานั้น ซึ่งมีสภาพเสื่อมโทรมและมีพื้นที่จำกัดมาก ขึ้นอยู่เป็นแค่แนวแคบๆประมาณ 20-50 เมตรตลอดชายฝั่งทะเลเท่านั้น เราจะไม่ช่วยกันสร้างกำแพงธรรมชาติไว้อย่างน้อย 100 เมตรจากชายฝั่งทะเล เพื่อเป็นเการะที่แข็งแรงเพียงพอในการกำบังฃภัยธรรมชาติ เช่นเดียวกับชายฝั่งอันดามันหรือ? นอกจากนี้ ป่าชายเลนยังเป็นเหมือนตลาดสดชั้นดี มีอาหารทะเลหลากหลายชนิด อาจเป็นแหล่งอาหารทะเลชั้นยอดไว้ให้ท่านและลูกหลานได้บริโภคตลอดไป โปรดเข้าใจและควรจดจำไว้ด้วยว่า “ธรรมชาติจะไม่รังแกธรรมชาติด้วยกันเองอย่างรุนแรงเหมือนมนุษย์รังแก” ดังนั้น จงร่วมมือช่วยกันปลูก “ป่าชายเลน” เพื่อนเป็นป้มปราการธรรมชาติไว้ป้องกันและลดความรุนแรงของภัยธรรมชาติและรักษาชีวิตและทรัพย์สินกันเถิดจากปรากฎการณ์ครั้งนี้ทำให้เราแน่ใจแล้วว่า “ธรรมชาติไม่เคยทิ้งคน”


สนิท อักษรแก้ว
ประธานสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย

 
<<กลับ
 
      
All rights And reserved by ThCCSP under RECOFTC : Web Design by Thailand Collaborative Country Support Program