ชุมชนท้องถิ่นมีสิทธิและเข้าถึงการจัดการทรัพยากรป่าไม้ อันนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยได้รับการสนับสนุนอย่างเหมาะสมทางด้านนโยบาย และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย
 | หน้าแรก| |
 
 เกี่ยวกับเรา
    รู้จักโครงการ
    การดำเนินการ
    ติดต่อเรา

 ข่าวสาร
   ข่าวและกิจกรม
   ประชาสัมพันธ์
   บทสัมภาษณ์ สกู้ปพิเศษ
 เอกสารเผยแพร่
   บทความ
   งานวิจัย
   หนังสือ/เอกสาร
   ประชุม/สัมมนา
   กรณีศึกษาป่าชุมชน
   เครื่องมือการทำงาน
 จิปาถะ
   เสียงจากป่า
   เล่าด้วยภาพ
   แนวความคิด "ป่าชุมชน"
   เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง
 สมาชิก
   ลงทะเบียนสมัครสมาชิก
   รายชื่อสมาชิก
 จดหมายข่าว

จดหมายข่าว "ป่า กับ ชุมชน"
ฉบับที่ 29

  จำนวนผู้เข้าชม
คุณเข้ามาเป็นคนที่
 
 
หนังสือและเอกสาร

เอกสารประกอบการการสัมมนาระดับชาติ
เรื่อง ป่าชุมชน: กระบวนการเรียนรู้การจัดการทรัพยากรอย่างมีส่วนร่วมของสังคมไทย
เมื่อวันที่ 9-10 สิงหาคม 2550 / รายการเอกสารทั้งหมด จำนวน 18 รายการ

สามารถ Download ได้ที่นี่!!!
1.) การพัฒนาในเชิงสถาบันเพื่อการจัดการทรัพยากรในประเทศไทย
2.) การจัดการทรัพยากรและความหลากหลายทางชีวภาพโดยชุมชน: บทเรียนการพัฒนาเชิงสถาบันระดับชุมชน ป่าชุมชนร่องบอน จ.เชียงราย
3.) การพัฒนาเชิงสถาบันเพื่อการจัดการทรัพยากรในระดับตำบล กรณีศึกษา: การบริหารจัดการทรัพยากรท้องถิ่น ต.แม่ทา กิ่ง อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่
4.) การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติเชิงสถาบัน กรณีศึกษา: เครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์สิ่งแวดล้อมจังหวัดตราด
5.) การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติเชิงสถาบัน กรณีศึกษา: เครือข่ายประชาชนเพื่อการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรสิ่งแวดล้อมจังหวัดตราด
6.) โครงการป่าพื้นบ้าน - อาหารชุมชน
7.) โครงการจัดการพื้นที่คุ้มครองอย่างมีส่วนร่วม (JoMPA)
8.) โครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมเพื่อการจัดการอุทยานแห่งชาติอย่างยั่งยืน
9.) "ป่าชุมชน" และ "ชุมชนป่า" เรื่องคนละเรื่องเดียวกันในป่าตะวันตก
10.) การพัฒนาและยกระดับการจัดการป่าชุมชน: บทเรียนภายใต้โครงการของแผนงานสนับสนุนความร่วมมือในประเทศไทย รีคอฟ
11.) การจัดการทรัพยากรและวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่นอีสาน กรณีศึกษา: เครือข่ายอินแปง จังหวัดสกลนคร
12.) การพัฒนาการจัดการทรัพยากรเชิงสถาบัน กรณีศึกษา: การจัดการป่าชายเลนและทรัพยากรชายฝั่งอ่าวพังงา โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน
13.) พหุเทวดานิยมในวิถีจัดการทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพของชนเผ่าอิ๋วเมี่ยน กรณีศึกษา: บ้านสันเจริญ ต.ผาทอง อ.ท่าวังผา จ.น่าน
14.) จากทุ่งหญ้าคา...ฟื้นฟูป่าต้นน้ำและติดตามคุณภาพน้ำโดยชนเผ่าอาข่า กรณีศึกษา: บ้านแสนสุข ต.ศรีค้ำ อ.แม่จัน จ.เชียงราย
15.) การจัดการทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพโดยชุมชนชนเผ่าบนพื้นที่สูง กรณีศึกษา: ชนเผ่าปกาเกอะญอ บ้านขุนเตะ ต.ดอยแก้ว อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่
16.) การฟื้นฟูระบบนิเวศต้นน้ำและทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพโดยชุมชนเผ่าม้ง กรณีศึกษา: บ้านแม่สาใหม่ ต.โป่งแยง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่
17.) บทเรียนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติชนเผ่าลาหู่ กรณีศึกษา: บ้านขุนห้วยไส้ ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่
18.) นิเวศวิทยาริมฝั่งน้ำและแม่น้ำลำธาร

 
20 ปี รีคอฟ 2 ทศวรรษแห่งองค์ความรู้และการขับเคลื่อนป่าชุมชนในสังคมไทย
ประเภท
ประสบการณ์การทำงาน และความเป็นมาของศูนย์ฝึกอบรมวนศาสตร์ชุมชนแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
จำนวน 119 หน้า, ปีที่พิมพ์ 2550




คู่มือ การถ่ายทอดความรู้สำหรับวิทยากรชุมชน
ประเภท คู่มือการถ่ายทอดความรู้
จำนวน 45 หน้า, ปีที่พิมพ์ 2550

คู่มือนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้วิทยากรชุมชนผู้มีประสบการณ์ตรงในด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่นต่าง ๆ นำไปใช้เป็นแนวทางในการถ่ายทอดความรู้เมื่อมีความจำเป็นต้องจัดกระบวนการเรียนรู้ หรือจัดกระบวนการถ่ายทอดความรู้ในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่า การรับคณะที่เข้ามาศึกษาดูงานในชุมชน การไปร่วมเป็นวิทยากรในเวทีเสวนา หรือฝึกอบรม รวมทั้ง การจัดอบรมให้กับคนกลุ่มต่าง ๆ ในชุมชน
คู่มือนี้เหมาะสำหรับ แกนนำชุมชน ผู้รู้ หรือผู้นำองค์กร ซึ่งเป็นผู้มีประสบการณ์มีองค์ความรู้แก่ชุมชนตนเอง หรือชุมชนอื่น ๆ เช่น ชุมชนในพื้นที่ใกล้เคียง ชุมชนในเครือข่ายเดียวกัน หรือกลุ่มคนที่สนใจทั่วไป

ป่าชุมชนบ้านซำผักหนาม
ประเภท เอกสารสรุปภาพรวมการจัดการป่าและทรัพยากรของชุมชน
จำนวน 29 หน้า, ปีที่พิมพ์ 2550

เอกสารนี้เป็นการสรุปให้เห็นภาพรวมการจัดการป่าและทรัพยากรของชุมชน ป่าชุมชนชบ้านซำผักหนาม ตำบลนาหนองทุ่ม อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ที่ชุมชนเป็นหน่วยหลักในการให้ข้อมูลและประมวลภาพรวมดังกล่าว รวมถึงการจัดทำแผนการจัดการป่าของชุมชนเอง บ้านซำผักหนามเริ่มมีการตั้งถิ่นฐานครั้งแรก ปี พ.ศ.2493 โดยการอพยพของชาวอีสานหลาย ๆ จังหวัดมารวมตัวกัน เดิมชื่อ "บ้านซำแคน" หลังจากนั้น โดนสั่งอพยพโดยคำสั่งของรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ชาวบ้านบางส่วนจึงกระจัดกระจายไปอยู่ตามหมู่บ้านรอบข้างและได้ย้ายเข้าไปตั้งถิ่นฐานในพื้นที่เดิม ในปี พ.ศ.2508 ซึ่งเป็นปีเดียวกับการประกาศให้พื้นที่นั้นเป็นป่าสงวนแห่งชาติดงลาน หลังจากนั้นทางราชการได้จักระเบียบชุมชนใหม่ โดยจัดที่ดินทำกินบริเวณเขตป่าสงวนเสื่อมโทรมให้กับชาวบ้านภายใต้โครงการ คจก. ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจากการจัดสรรที่ดินมากจึงรวมตัวกันคัดค้านโครงการ เมื่อโครงการยุติลงในปี พ.ศ.2535 ชาวบ้านซำผักหนามจำนวน 71 ครอบครัว จึงย้ายกลับมาตั้งถิ่นฐานในหมู่บ้านปัจจุบัน ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูผาม่าน

ป่าชุมชนบ้านร่มโพธิ์ทอง
ประเภท เอกสารสรุปภาพรวมการจัดการป่าและทรัพยากรของชุมชน
จำนวน 29 หน้า, ปีที่พิมพ์ 2550


เอกสารนี้เป็นการสรุปให้เห็นภาพรวมการจัดการป่าและทรัพยากรของชุมชน ป่าชุมชนบ้านร่มโพธิ์ทอง ตำบลคลองตะเกรา อำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ชุมชนเป็นหน่วยหลักในการให้ข้อมูลและประมวลภาพรวมดังกล่าว รวมถึงการจัดทำแผนการจัดการป่าของชุมชนเอง ซึ่งประวัติความเป็นมาของหมู่บ้านร่มโพธิ์ทองสามารถแบ่งได้เป็น 3 ระยะ ได้แก่ ช่วงที่หนึ่งคือ ช่วงก่อนการจัดสรรหมู่บ้านป่าไม้หรือช่วงเป็นหมู่บ้านป่าไม้ ช่วงที่สอคือ ช่วงการจัดสรรหมู่บ้านป่าไม้ ช่วงที่สามคือ ช่วงการฟื้นฟูชุมชน และทรัพยากรป่าไม้

ป่าชายเลนชุมชนบ้านเปร็ดใน
ประเภท เอกสารสรุปภาพรวมการจัดการป่าและทรัพยากรของชุมชน
จำนวน 30 หน้า, ปีที่พิมพ์ 2550


เอกสารนี้เป็นการสรุปให้เห็นภาพรวมการจัดการป่าและทรัพยากร ของชุมชน ป่าชายเลนชุมชนบ้านเปร็ดใน ตำบลห้วงน้ำขาว อำเภอเมือง จังหวัดตราด ที่ชุมชนเป็นหน่วยหลักในการให้ข้อมูลและประมวลภาพ รวมดังกล่าว รวมถึงการจัดทำแผนการจัดการป่าของชุมชนเอง พื้นที่ป่าของชุมชนบ้านเปร็ดในเป็นพื้นที่ป่าชายเลน อยู่ห่างประมาณ 1 กิโลเมตร ไปทางด้านทิศตะวันตกของหมู่บ้าน มีเนื้อที่ประมาณ 12,000 ไร่ สภาพทั่วไปของป่าชายเลนประกอบด้วยคลองหลัก 12 คลอง และคลองย่อย จำนวน 6 คลอง สภาพป่าเป็นป่าที่ผ่านการทำสัมปทาน และถูกระงับการทำสัมปทานเป็นเวลา 3 ปี

ป่าชุมชนตำบลแม่ทา
ประเภท เอกสารสรุปภาพรวมการจัดการป่าและทรัพยากรของชุมชน
จำนวน 32 หน้า, ปีที่พิมพ์ 2550

เอกสารนี้เป็นการสรุปให้เห็นภาพรวมการจัดการป่าและทรัพยากรของชุมชน ป่าชุมชนตำบลแม่ทา กิ่งอำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ ที่ชุมชนเป็นหน่วยหลักในการให้ข้อมูลและประมวลภาพรวมดังกล่าวรวมถึงการจัดทำแผนการจัดการป่าของชุมชนเอง ชุมชนในตำบลแม่ทาเป็นชุมชนเก่าแก่มีอายุมากกว่า 300 ปี จากประวัติศาสตร์ของชุมชนสันนิษฐานว่าผู้ก่อตั้งชุมชนในระยะเริ่มแรกเป็นผู้คนที่อพยพหนีสงครามระหว่างไทยและพม่า และหลังจากนั้นมีชนเผ่าต่าง ๆ อพยพเข้ามาอยู่อาศัยเพิ่มเติมในราวปี พ.ศ.2333 อาทิ ชนเผ่าลั๊วะขุนคง อพยพมาจากเมืองเชียงใหม่เนื่องจากหนีภัยสงคราม ชนเผ่าเชียงแสนอพยพมาจากตอนเหนือของเชียงรายเนื่องจากภัยแล้ง นอกจากนี้มีชนเผ่าละกอน (ลำปาง) และขมุ (เขมร) เป็นกลุ่มที่เข้ามาช่วงหลังสุดเพื่อรับจ้างในช่วงที่เปิดให้มีการสัมปทานไม้บริเวณป่าขุนน้ำแม่ทา


ป่าชุมชนบ้านเขาราวเทียนทอง
ประเภท เอกสารสรุปภาพรวมการจัดการป่าและทรัพยากรของชุมชน
จำนวน 33 หน้า, ปีที่พิมพ์ 2550

เอกสารนี้เป็นการสรุปให้เห็นภาพรวมการจัดการป่าและทรัพยากรของชุมชน ป่าชุมชนบ้านเขาราวเทียนทอง ตำบลเนินขาม กิ่งอำเภอเนินขาม จังหวัดชัยนาท ที่ชุมชนเป็นหน่วยหลักในการให้ข้อมูลและประมวลภาพรวมดังกล่าว รวมถึงการจัดทำแผนการจัดการป่าชองชุมชนเอง ชุมชนเขาราวเทียนทองเริ่มก่อตั้งในช่วงปี พ.ศ.2506 โดยการอพยพเข้ามาเพื่อจับจองพื้นที่ของชาวบ้านจากจังหวัดสุพรรณบุรี และจังหวัดชัยนาท ในช่วงแรกมีชาวบ้านเข้ามาตั้งบ้านเรือนอยู่ประมาณ 10 ครอบครัว ในตอนต้นเรียกหมู่บ้านว่า บ้านเขากระเจียว ตามลักษณะพรรณพืชที่พบมากบนภูเขาและต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นหมู่บ้านเขาราวเทียนทอง

ป่าชุมชนบ้านห้วยหินดำ
ประเภท เอกสารสรุปภาพรวมการจัดการป่าและทรัพยากรของชุมชน
จำนวน 39 หน้า, ปีที่พิมพ์ 2550


เอกสารนี้เป็นการสรุปให้เห็นภาพรวมการจัดการป่าและทรัพยากรของชุมชน ป่าชุมชนบ้านห้วยหินดำ ตำบลวังยาว อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี ที่ชุมชนเป็นหน่วยหลักในการให้ข้อมูลและประมวลภาพรวมดังกล่าว รวมถึงการจัดทำแผนการจัดการป่าของชุมชนเอง ชุมชนห้วยหินดำเป็นชุมชนชาวไทย เชื้อสายกะเหรี่ยงที่มีประวัติศาสตร์การตั้งถิ่นฐานชุมชนมาเป็นเวลามากกว่า 200 ปี โดยประวัติของชาวกะเหรี่ยงแถบภาคตะวันตกนี้เริ่มในช่วงที่มีการหนีการรุกรานของชาวพม่าเข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่ช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ และได้รับอนุญาตจากพระมาหากษัตริย์ของไทยสมัยนั้นให้สามารถอาศัยอยู่ในประเทศไทยได้

การติดตามระบบนิเวศอย่างมีส่วนร่วม: บทเรียนปัจจุบันสู่ทิศทางในอนาคต
ประเภท สรุปบทเรียนจากการสัมมนาระดับชาติ
จำนวน 235 หน้า, ปีที่พิมพ์ 2549

เนื้อหาในเล่มได้กล่าวถึง การติดตามทรัพยากรป่าไม้และระบบนิเวศอย่างมีส่วนร่วม รวมถึงประสบการณ์การติดตามทรัพยากรป่าไม้และระบบนิเวศในประเทศไทย ซึ่งระบบการติดตามเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างรัฐ ชุมชน เอกชน สถาบันวิชาการ ซึ่งช่วยให้เกิดการบูรณาการความรู้ท้องถิ่นและความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจของผู้ที่เกี่ยวข้อง และเป็นเครื่องมือในการยกระดับการจัดการร่วมกันอยู่เสมอ อันจะนำไปสู่การจัดการร่วมอย่างแท้จริง

ป่าชุมชน สาระสำคัญและประเด็น(ฉบับปรับปรุงเพื่อการพิมพ์ใหม่)
ประเภท สรุปบทเรียนจากประสบการณ์การทำงานภาคสนาม
จำนวนหน้า 37 หน้า - ราคา 30 บาท

การพิมพ์ครั้งนี้เป็นการพิมพ์ครั้งที่ 2 โดยเนื้อหายังคงมีวัตถุประสงค์ที่จะสร้างความรู้ ความเข้าใจเรื่องป่าชุมชนให้แก่นักเรียน นักศึกษา ประชาชน เป็นการสะท้อนความรู้และประสบการณ์ภาคสนามของเจ้าหน้าที่แผนงานสนับสนุนการดำเนินงานด้านป่าชุมชนในประเทศไทย ของศูนย์ฝึกอบรมวนศาสตร์ชุมชน ที่ได้ทำงานร่วมกับชุมชน องค์กรพัฒนาเอกชน และหน่วยงานของรัฐ ในหนังสือมีมีการนำเสนอประเด็นต่างๆที่น่าสนใจ เช่น ความหมายของป่าชุมชน ป่าชุมชนกับความหลากหลายทางชีวภาพ และพรบ กับการรักษาป่า เป็นต้น ทั้งนี้มีเนื้อหาที่เข้าใจได้ง่าย จึงเป็นหนังสือที่ได้รับความสนใจจำนวนมาก สามารถนำไปประกอบการเรียน การสอนเรื่องป่าชุมชนเพื่อสร้างความเข้าใจในขั้นต้นได้เป็นอย่างดี

รวมบทความป่าชุมชน(ฉบับปรับปรุงเพื่อการพิมพ์ใหม่)
ประเภท บทความเชิงวิชาการ
จำนวนหน้า 103 หน้า - ราคา 50 บาท


เป็นการเปลี่ยนแปลงและเพิ่มบทความจากการพิมพ์ครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 โดยยังคงเป็นการรวบรวมงานเขียนของผู้มีประสบการณ์และทำงานป่าชุมชนอย่างเข้มข้น ทั้งในระดับภาคสนาม สถาบันการศึกษา และระดับนโยบาย 2 ท่าน คือ ดร.สมศักดิ์ สุขวงศ์ และดร.เพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์ ถ่ายทอดประสบการณ์ตรงมาเป็นบทความวิเคราะห์เชิงวิชาการหลายบทความ ที่ชี้ให้เห็นถึงการจัดการป่าอย่างยั่งยืนจากการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน
สื่อสารงานชุมชน
ประเภท : จดหมายข่าว (แจกฟรี)
จำนวนหน้า : 12 หน้า

จดหมายข่าว สื่อสารงานชุมชน ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 ประจำเดือนมีนาคม - เมษายน 2548 เป็นงานเขียนของโครงการติดตามและสนับสนุนชุมชนท้องถิ่น: การจัดการความรู้และพัฒนาการจัดการป่าโดยชุมชน ซึ่งเป็นโครงการที่สร้างความเข้มแข็งศักยภาพชุมชนและองค์กรพัฒนาเอกชน เพื่อพัฒนาเครือข่ายระดับท้องถิ่นและส่งเสริมการจัดการป่า เนื้อหาฉบับนี้เป็นการแนะนำโครงการ และการดำเนินงานเครือข่ายองค์กรท้องถิ่นแต่ละพื้นที่ ดังนั้นจดหมายข่าวของโครงการฯ แต่ละฉบับจึงเป็นที่น่าสนใจเนื่องจากเป็นการสื่อสารการดำเนินงานของโครงการอย่างต่อเนื่อง

การเชื่อมโยงความรู้และประสบการณ์ภาคสนามสู่นโยบาย
ประเภท เอกสารสรุปเชิงวิเคราะห์จากการสัมมนาเชิงปฏิบัติการระดับชาติ
จำนวนหน้า 267 หน้า - ราคา 120 บาท

อาจารย์สมศักดิ์ สุขวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกอบรมวรศาสตร์ชุมชนฯ ได้กล่าวในบทนำของหนังเล่มนี้ว่า ปัญหาป่าไม้เป็นปัญหาที่ใหญ่เกินกำลังคนๆเดียวจะแก้ไขได้ ทางรอดของวิกฤตคือการนำแนวความคิด "พหุภาคี" หรือการจัดการแบบร่วมมือ" มาประยุกต์ใช้ เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ภาคีต่างๆ เข้ามาร่วมกำหนดวัตถุประสงค์ หรือเป้าหมายของการจัดการ ทั้งในรูปแบบของการร่วมตัดสินใจ หรือเปิดโอกาสให้กลุ่มตัดสินใจกันเอง มีการตรวจสอบและถ่วงดุล จากแนวคิดดังกล่าวจึงเป็นที่มาของการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง "การเชื่อมโยงความรู้และประสบการณ์ภาคสนามสู่นโยบาย" เพื่อหาคำตอบในแนวคิดการจัดการป่าและทรัพยากรแบบร่วมมือ โดยใช้วิธีระดมสมองจากผู้ที่ทำงานและมีประสบการณ์ตรงในภาคสนามทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักวิชาการมหาวิทยาลัย นักพัฒนา องค์กรพัฒนาเอกชนและชาวบ้าน ร่วมกันถ่ายทอดประสบการณ์และสรุปเป็นบทเรียนที่ได้จากการทำงาน หนังสือนี้จึงมีเนื้อหาที่น่าสนใจมากมาย สำหรับผู้ที่เป็นแนวร่วมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและป่าไม้ และประชาชนทั่วไปที่สนใจประเด็นปัญหานี้

การเรียนรู้ด้วยตนเองเพื่อความยั่งยืน
ประเภท คู่มือหลักสูตรและแนวทางการจัดฝึกอบรมตามกระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเอง
จำนวนหน้า 199 หน้า - ราคา 20 บาท

คู่มือเล่มนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือกับกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทยและศูนย์เพื่อการพัฒนาและสิ่งแวดล้อม กรุงเบอร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อพัฒนาหลักสูตรกระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเองเพื่อความยั่งยืนของทรัพยากร สิ่งแวดล้อม และชุมชน หลักสูตรนี้จึงมีส่วนผสมผสานที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนทำงานที่เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระบวนการเรียนรู้ของชุมชน ซึ่งน่าจะสามารถตอบสนองการทำงานของผู้ปฏิบัติการภาคสนามรุ่นใหม่ที่ต้องการกระบวนการฝึกอบรมที่มีความลุ่มลึกทั้งในทางสังคมและระบบนิเวศโดยให้ผู้เรียนหรือผู้ที่เกี่ยวข้องในชุมชนเป็นศุนย์กลางของการเรียนรู้ ทีมผู้สร้างหลักสูตรได้ทำการพัฒนาด้วยการทดสอบหลักสูตรมาทั่วประเทศกว่าสามปี พบว่าเหมาะสำหรับใช้สร้างและพัฒนานักฝึกอบรมซึ่งอาจเป็นวิทยากรกระบวนการชาวบ้าน หรือเจ้าหน้าที่เพื่อไปฝึกอบรมสร้างวิทยากรหรือปฏิบัติงานในชุมชนต่อไป และผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมก็สามารถนำหลักสูตรและแนวทางการจัดการะบวนการการเรียนรู้ฉบับนี้ไปดัดแปลงใช้ให้เหมาะกับบุคคลและองค์กร และสอดคล้องกับสถานการณ์แวดล้อมในท้องถิ่นต่อไป

คิดใหม่ ทำใหม่กับการเรียนรู้และการศึกษาด้านป่าไม้ (แปลจากผลสรุปการสัมมนาเชิง ปฏิบัติการนานาชาติเรื่อง Forestry Education ณ เมือง Sapa ประเทศเวียดนาม)
ประเภท เอกสารแปล
จำนวนหน้า 49 หน้า - ราคา 60 บาท

เอกสารฉบับนี้เป็นการแปลจากผลสรุปของการสัมมนาเชิงปฏิบัติการที่ซาปา การสัมมนาประกอบไปด้วยบุคคลจำนวนมาก และองค์กรอีกหลายองค์กร ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาและการฝึกอบรมด้านป่าไม้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากลยุทธ์สำหรับกลไกและกระบวนการเปลี่ยนแปลงการศึกษาด้านป่าไม้ จนได้ผลสรุปตำแหน่งของกระบวนการเปลี่ยนแปลง และเป้าหมาย พร้อมทั้งวิธีการที่จะไปถึงเป้าหมาย ซึ่งเห็นพ้องต้องกันว่ามีความจำเป็นที่จะต้องปฎิรูปสถาบันการศึกษาและหลักสูตรการศึกษาด้านป่าไม้ นอกจากนี้เนื้อหายังกล่าวถึงบทบาทของแต่ละกลุ่มในสังคมที่จะช่วยส่งเสริมให้เกิดกระบวนการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นการ "คิดใหม่ ทำใหม่" ในการเรียนรู้และการศึกษาด้านป่าไม้

   
 
สนใจกรุณาติดต่อ สอบถามได้ที่
นายเมธาวี ปะกิลาเค
แผนงาน สนับสนุนความร่วมมือในประเทศไทย ศูนย์ฝึกอบรมวนศาสตร์ชุมชนแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
ตู้ ป.ณ.1111 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ถนนพหลโยธิน กรุงเทพฯ 10903
โทรศัพท์: (66-2)940-5700 ต่อ 1237 โทรสาร: (66-2)562-0960
E-mail: methawee@recoftc.org
 
      
All rights And reserved by ThCCSP under RECOFTC : Web Design by Thailand Collaborative Country Support Program