ชุมชนท้องถิ่นมีสิทธิและเข้าถึงการจัดการทรัพยากรป่าไม้ อันนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยได้รับการสนับสนุนอย่างเหมาะสมทางด้านนโยบาย และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย
 | หน้าแรก| |
 
 เกี่ยวกับเรา
    รู้จักโครงการ
    การดำเนินการ
    ติดต่อเรา

 ข่าวสาร
   ข่าวและกิจกรม
   ประชาสัมพันธ์
   บทสัมภาษณ์ สกู้ปพิเศษ
 เอกสารเผยแพร่
   บทความ
   งานวิจัย
   หนังสือ/เอกสาร
   ประชุม/สัมมนา
   กรณีศึกษาป่าชุมชน
   เครื่องมือการทำงาน
 จิปาถะ
   เสียงจากป่า
   เล่าด้วยภาพ
   แนวความคิด "ป่าชุมชน"
   เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง
 สมาชิก
   ลงทะเบียนสมัครสมาชิก
   รายชื่อสมาชิก
 จดหมายข่าว

จดหมายข่าว "ป่า กับ ชุมชน"
ฉบับที่ 29

  จำนวนผู้เข้าชม
คุณเข้ามาเป็นคนที่
 
 
กรณีศึกษาป่าชุมชน
เครือข่ายการจัดการทรัพยากรธรรมชาติลุ่มน้ำทา
โดย นพรัตน์ ดวงแก้วเรือน || 04/07/2007


เครือข่ายการจัดการทรัพยากรธรรมชาติลุ่มน้ำทา

ความสำคัญของพื้นที่

ชุมชนตำบลแม่ทา สันนิษฐานว่าอพยพมาเมื่อปี พ.ศ. 2186 มีชนเผ่าต่างๆ เช่น ลั๊วขุนคง อพยพมาจากเมืองเชียงใหม่ แถบบริเวณแจ่งหัวริน เนื่องจากการหลีกเลี่ยงการเก็บภาษี 4 บาทในขณะนั้น ต่อมามีชาวเชียงแสนหนีพ่ายศึกหัวเมือง มีชาวละกอนหนีศึกจากเมืองเขลางนคร (ลำปาง) สัญชาติเป็นขมุ เขมร เป็นกลุ่มที่มาตอนหลัง ขณะนั้นรัฐบาลได้เปิดให้มีการสัมปทานไม้ในป่าขุนแม่ทา โดยมีกลุ่มชาวละกอน และขมุได้มารับจ้างมีความรู้ด้านการทำไม้ การใช้ช้าง หลังจากการสัมปทานไม้ยุติลงกลุ่มคนดังกล่าวไม่ได้กลับภูมิลำเนาเดิมของตนเอง อาศัยอยู่ในชุมชนแม่ทา เหมือนกับชนเผ่าอื่นๆ จนถึงปัจจุบัน

ชุมชนมีวิถีชีวิตที่พึ่งพาอาศัยป่าต้นน้ำแม่ทาในการเก็บหาอาหาร ของป่า อาศัยน้ำแม่ทาทั้งการอุปโภคและบริโภค ยึดการทำนาปลูกข้าวเป็นหลัก ดังนั้นป่าต้นน้ำแม่ทา และลำน้ำแม่ทาจึงเป็น สิ่งสำคัญที่ชาวบ้านจะต้องป้องกัน รักษาไว้ โดยเฉพาะป่าต้นน้ำแม่ทาในหุบเขาลุ่มน้ำแม่ทา จึงก่อให้เกิดบทเรียนการต่อสู้ของชาวบ้านในการักษาป่า กับการทำลายทรัพยากรป่าไม้จากภายนอก เกิดการแย่งชิงทรัพยากรจากบุคคลภายนอก ดังนี้

การต่อสู้กับการสัมปทานป่าไม้ ที่รัฐบาลให้บริษัทเอกชนสัมปทานไม้ในเขตป่าใกล้หมู่บ้านถึง 4 ครั้ง ทั้งสัมปทานไม้อนุญาตทำไม้ล้างป่า, ไม้หมอนรถไฟและไม้ฟืนรถไฟ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2444 – 2500 หลังจากนั้นชาวบ้านเองก็ได้ตัดไม้ฟืนเพื่อนำไปขายให้กับบริษัท ไทยแอมป์ยาสูบ ที่เข้ามาก่อสร้างโรงบ่มใบยาสูบตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาชาวบ้านในพื้นที่ได้ทำการคัดค้านมาอย่างต่อเนื่อง เมื่อป่าเริ่มหายไป ปริมาณน้ำลำห้วยสาขาของแม่น้ำแม่ทาที่หล่อเลี้ยงนาข้าวก็เริ่มเหือดหาย จึงเป็นเหตุให้ชาวบ้านในพื้นที่เกิดพลังในการคัดค้านการทำลายป่าจนสามารถรักษาป่าต้นน้ำผืนสุดท้ายไว้ได้ จำนวน 4 จุดได้แก่

- ป่าแม่บอน ป่าแม่แทน ติดเขต อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง
- ป่าห้วยน้ำขุ่น ติดเขต กิ่งอ.บ้านธิ จ.ลำพูน
- ป่าแม่เลาะ ติดเขต อ.แม่ทา จ.ลำพูน
- ป่าแม่ปงกา ติดเขต อ.บ้านธิ จ.ลำพูน

ป่าผืนใหญ่ที่หลงเหลืออยู่เป็นพื้นที่ที่มีการลักลอบตัดไม้เถื่อนอยู่เสมอ โดยพ่อค้าไม้จากจังหวัดลำปาง จังหวัดลำพูน และจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมมือกับผู้มีอำนาจอิทธิพลในพื้นที่ ทำให้การควบคุมดูแลโดยกำลังของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ป่าอุทยานแม่ตะไคร้และป่าอุทยานดอยขุนตาล ไม่เพียงพอต่อการป้องกันหรือจับกุมในปี 2533 ชาวบ้านในเขตตำบลแม่ทา จึงรวมตัวกันจัดตั้งคณะกรรมการดูแลรักษาป่าขึ้น โดยดำเนินการตั้งด่านสกัดไม้เถื่อนที่ออกมาจากป่าอุทยานแม่ตะไคร้ไม่ให้ผ่านออกจากหมู่บ้าน และได้ตั้งกฎระเบียบห้ามสมาชิกในตำบลทุกคนรับเงินจากนายทุนค้าไม้โดยเด็ดขาดมี การจับคนลักลอบตัดไม้มาปรับไหม หากผิดครั้งที่ 2 จะมีการจับส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ กระบวนการ ดังกล่าวได้ทำให้พลังชาวบ้านสามารถหยุดอิทธิพลการทำไม้เถื่อนลงได้ ซึ่งทำให้เกิดการตื่นตัวในการอนุรักษ์ป่า และแบ่งแนวเขตป่าชุมชนของแต่ละหมู่บ้านได้ชัดเจน มีการตั้งกฎระเบียบการใช้สอยป่า และการอนุรักษ์ฟื้นฟู รวมทั้งการแบ่งกำลังของชาวบ้านออกตรวจป่าตามสายน้ำไปจนถึงต้นน้ำ

ปัจจุบันองค์กรต่างๆในตำบลแม่ทาได้ให้ความร่วมมือและเห็นความสำคัญกับเรื่องการจัดการทรัพยากรโดยมีการจัดตั้งเป็นคณะกรรมการเครือข่ายการจัดการทรัพยากรธรรมชาติตำบลแม่ทาขึ้นในปี พ.ศ.2536 โดยมีองค์กรต่างๆในตำบลทั้งภาครัฐ, เอกชน, ชุมชนหรือแม้กระทั่งแกนนำชาวบ้าน ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานอาทิ ตัวแทนกรรมการป่าแต่ละหมู่บ้าน, สมาชิกอบต, กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน, กลุ่มแม่บ้าน, กลุ่มเกษตรยั่งยืน ฯลฯ เป็นต้น

กิจกรรมหลักที่เครือข่ายได้ดำเนินงานร่วมกันคือ

1. การจัดเวทีเพื่อติดตามการทำงานด้านการจัดการทรัพยากรของเครือข่ายทุก 3 เดือน/ครั้ง
2. ประชุมคณะกรรมการป่าระดับตำบล
3. การออกตรวจป่า
4. การเลี้ยงผีขุนน้ำ
5. การดำเนินการจับพิกัด GPS ในพื้นที่ดินในเขตป่า แบ่งโซนพื้นที่ของแต่ละหมู่บ้าน
6. การจัดทำแผนที่จำลองในแต่ละหมู่บ้าน
7. การจัดเวทีสัมมนาเครือข่ายการจัดการทรัพยากร
8. การศึกษาข้อมูล “รายได้เชิงสถิติจากป่าของคนในชุมชน” กรณีหน่อไม้,ไม้สร้างบ้าน,การเลี้ยงวัว
9. การจัดค่ายเยาวชนกับการจัดการทรัพยากร
10. สนับสนุนระบบประปาภูเขา
11. การปรับปรุงกฎระเบียบการรักษาป่าเป็น/โครงสร้างคณะกรรมการป่าเป็นระยะๆ เป็นต้น
12. การศึกษาและสร้างข้อบัญญัติการจัดการทรัพยากรของตำบลโดยผ่านอบต.แม่ทา

ผลจากการจัดการ

ผลจากการที่คนแม่ทาได้ร่วมมือร่วมใจกันดูแลรักษาและจัดการป่ามาเป็นเวลายาวนานมากว่า 10 ปีทำให้น้ำแม่ทาที่เคยเหือดแห้งจากการถูกสัมปทานและทำลายจากชาวบ้านเอง กลับฟื้นคืนมาหล่อเลี้ยงให้คนแม่ทาได้มีน้ำไว้กินไว้ใช้ อาหารจากป่าก็กลับคืนมาให้ชุมชนได้พึ่งพิง ทั้งชุมชนก็ไม่ต้องออกไปทำงานภายนอกครอบครัวได้อยู่พร้อมหน้า

ป่าคงให้ประโยชน์กับคนแม่ทาสืบไปหากทุกคนรวมใจกันสานต่อเจตนารมย์ และบอกเล่าสิ่งเหล่านี้ให้ลูกหลานได้สืบต่อในอนาคต

 
<<กลับ
 
      
All rights And reserved by ThCCSP under RECOFTC : Web Design by Thailand Collaborative Country Support Program