เครือข่ายการจัดการทรัพยากรธรรมชาติลุ่มน้ำทา
ความสำคัญของพื้นที่
ชุมชนตำบลแม่ทา
สันนิษฐานว่าอพยพมาเมื่อปี พ.ศ. 2186 มีชนเผ่าต่างๆ เช่น
ลั๊วขุนคง อพยพมาจากเมืองเชียงใหม่ แถบบริเวณแจ่งหัวริน
เนื่องจากการหลีกเลี่ยงการเก็บภาษี 4 บาทในขณะนั้น ต่อมามีชาวเชียงแสนหนีพ่ายศึกหัวเมือง
มีชาวละกอนหนีศึกจากเมืองเขลางนคร (ลำปาง) สัญชาติเป็นขมุ
เขมร เป็นกลุ่มที่มาตอนหลัง ขณะนั้นรัฐบาลได้เปิดให้มีการสัมปทานไม้ในป่าขุนแม่ทา
โดยมีกลุ่มชาวละกอน และขมุได้มารับจ้างมีความรู้ด้านการทำไม้
การใช้ช้าง หลังจากการสัมปทานไม้ยุติลงกลุ่มคนดังกล่าวไม่ได้กลับภูมิลำเนาเดิมของตนเอง
อาศัยอยู่ในชุมชนแม่ทา เหมือนกับชนเผ่าอื่นๆ จนถึงปัจจุบัน
ชุมชนมีวิถีชีวิตที่พึ่งพาอาศัยป่าต้นน้ำแม่ทาในการเก็บหาอาหาร
ของป่า อาศัยน้ำแม่ทาทั้งการอุปโภคและบริโภค ยึดการทำนาปลูกข้าวเป็นหลัก
ดังนั้นป่าต้นน้ำแม่ทา และลำน้ำแม่ทาจึงเป็น สิ่งสำคัญที่ชาวบ้านจะต้องป้องกัน
รักษาไว้ โดยเฉพาะป่าต้นน้ำแม่ทาในหุบเขาลุ่มน้ำแม่ทา
จึงก่อให้เกิดบทเรียนการต่อสู้ของชาวบ้านในการักษาป่า
กับการทำลายทรัพยากรป่าไม้จากภายนอก เกิดการแย่งชิงทรัพยากรจากบุคคลภายนอก
ดังนี้
การต่อสู้กับการสัมปทานป่าไม้ ที่รัฐบาลให้บริษัทเอกชนสัมปทานไม้ในเขตป่าใกล้หมู่บ้านถึง
4 ครั้ง ทั้งสัมปทานไม้อนุญาตทำไม้ล้างป่า, ไม้หมอนรถไฟและไม้ฟืนรถไฟ
ตั้งแต่ปี พ.ศ.2444 2500 หลังจากนั้นชาวบ้านเองก็ได้ตัดไม้ฟืนเพื่อนำไปขายให้กับบริษัท
ไทยแอมป์ยาสูบ ที่เข้ามาก่อสร้างโรงบ่มใบยาสูบตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาชาวบ้านในพื้นที่ได้ทำการคัดค้านมาอย่างต่อเนื่อง
เมื่อป่าเริ่มหายไป ปริมาณน้ำลำห้วยสาขาของแม่น้ำแม่ทาที่หล่อเลี้ยงนาข้าวก็เริ่มเหือดหาย
จึงเป็นเหตุให้ชาวบ้านในพื้นที่เกิดพลังในการคัดค้านการทำลายป่าจนสามารถรักษาป่าต้นน้ำผืนสุดท้ายไว้ได้
จำนวน 4 จุดได้แก่
- ป่าแม่บอน ป่าแม่แทน ติดเขต
อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง
- ป่าห้วยน้ำขุ่น ติดเขต กิ่งอ.บ้านธิ จ.ลำพูน
- ป่าแม่เลาะ ติดเขต อ.แม่ทา จ.ลำพูน
- ป่าแม่ปงกา ติดเขต อ.บ้านธิ จ.ลำพูน
ป่าผืนใหญ่ที่หลงเหลืออยู่เป็นพื้นที่ที่มีการลักลอบตัดไม้เถื่อนอยู่เสมอ
โดยพ่อค้าไม้จากจังหวัดลำปาง จังหวัดลำพูน และจังหวัดเชียงใหม่
ร่วมมือกับผู้มีอำนาจอิทธิพลในพื้นที่ ทำให้การควบคุมดูแลโดยกำลังของเจ้าหน้าที่ป่าไม้
ป่าอุทยานแม่ตะไคร้และป่าอุทยานดอยขุนตาล ไม่เพียงพอต่อการป้องกันหรือจับกุมในปี
2533 ชาวบ้านในเขตตำบลแม่ทา จึงรวมตัวกันจัดตั้งคณะกรรมการดูแลรักษาป่าขึ้น
โดยดำเนินการตั้งด่านสกัดไม้เถื่อนที่ออกมาจากป่าอุทยานแม่ตะไคร้ไม่ให้ผ่านออกจากหมู่บ้าน
และได้ตั้งกฎระเบียบห้ามสมาชิกในตำบลทุกคนรับเงินจากนายทุนค้าไม้โดยเด็ดขาดมี
การจับคนลักลอบตัดไม้มาปรับไหม หากผิดครั้งที่ 2 จะมีการจับส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ
กระบวนการ ดังกล่าวได้ทำให้พลังชาวบ้านสามารถหยุดอิทธิพลการทำไม้เถื่อนลงได้
ซึ่งทำให้เกิดการตื่นตัวในการอนุรักษ์ป่า และแบ่งแนวเขตป่าชุมชนของแต่ละหมู่บ้านได้ชัดเจน
มีการตั้งกฎระเบียบการใช้สอยป่า และการอนุรักษ์ฟื้นฟู
รวมทั้งการแบ่งกำลังของชาวบ้านออกตรวจป่าตามสายน้ำไปจนถึงต้นน้ำ
ปัจจุบันองค์กรต่างๆในตำบลแม่ทาได้ให้ความร่วมมือและเห็นความสำคัญกับเรื่องการจัดการทรัพยากรโดยมีการจัดตั้งเป็นคณะกรรมการเครือข่ายการจัดการทรัพยากรธรรมชาติตำบลแม่ทาขึ้นในปี
พ.ศ.2536 โดยมีองค์กรต่างๆในตำบลทั้งภาครัฐ, เอกชน, ชุมชนหรือแม้กระทั่งแกนนำชาวบ้าน
ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานอาทิ ตัวแทนกรรมการป่าแต่ละหมู่บ้าน,
สมาชิกอบต, กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน, กลุ่มแม่บ้าน, กลุ่มเกษตรยั่งยืน
ฯลฯ เป็นต้น
กิจกรรมหลักที่เครือข่ายได้ดำเนินงานร่วมกันคือ
1. การจัดเวทีเพื่อติดตามการทำงานด้านการจัดการทรัพยากรของเครือข่ายทุก
3 เดือน/ครั้ง
2. ประชุมคณะกรรมการป่าระดับตำบล
3. การออกตรวจป่า
4. การเลี้ยงผีขุนน้ำ
5. การดำเนินการจับพิกัด GPS ในพื้นที่ดินในเขตป่า แบ่งโซนพื้นที่ของแต่ละหมู่บ้าน
6. การจัดทำแผนที่จำลองในแต่ละหมู่บ้าน
7. การจัดเวทีสัมมนาเครือข่ายการจัดการทรัพยากร
8. การศึกษาข้อมูล รายได้เชิงสถิติจากป่าของคนในชุมชน
กรณีหน่อไม้,ไม้สร้างบ้าน,การเลี้ยงวัว
9. การจัดค่ายเยาวชนกับการจัดการทรัพยากร
10. สนับสนุนระบบประปาภูเขา
11. การปรับปรุงกฎระเบียบการรักษาป่าเป็น/โครงสร้างคณะกรรมการป่าเป็นระยะๆ
เป็นต้น
12. การศึกษาและสร้างข้อบัญญัติการจัดการทรัพยากรของตำบลโดยผ่านอบต.แม่ทา
ผลจากการจัดการ
ผลจากการที่คนแม่ทาได้ร่วมมือร่วมใจกันดูแลรักษาและจัดการป่ามาเป็นเวลายาวนานมากว่า
10 ปีทำให้น้ำแม่ทาที่เคยเหือดแห้งจากการถูกสัมปทานและทำลายจากชาวบ้านเอง
กลับฟื้นคืนมาหล่อเลี้ยงให้คนแม่ทาได้มีน้ำไว้กินไว้ใช้
อาหารจากป่าก็กลับคืนมาให้ชุมชนได้พึ่งพิง ทั้งชุมชนก็ไม่ต้องออกไปทำงานภายนอกครอบครัวได้อยู่พร้อมหน้า
ป่าคงให้ประโยชน์กับคนแม่ทาสืบไปหากทุกคนรวมใจกันสานต่อเจตนารมย์
และบอกเล่าสิ่งเหล่านี้ให้ลูกหลานได้สืบต่อในอนาคต
|