จะรู้ได้อย่างไรว่า
.ใครควรจะเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดการป่าและทรัพยากร
และกลุ่มคนเหล่านั้นควรมีบทบาทอย่างไร
ตอน
1 ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดการทรัพยากรหมายถึงใคร
และ ทำไมจึงต้องวิเคราะห์ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
เมื่อพูดถึงการจัดการป่าไม้หรือทรัพยากรธรรมชาติ
โดยทั่วไปเรามักนึกถึงผู้คนหลากหลายกลุ่มเพราะทรัพยากรธรรมชาติถือเป็นทรัพยากรส่วนรวม
และเกี่ยวข้องกับคนมากมาย แนวคิดเรื่องของการจัดการทรัพยากรอย่างมีส่วนร่วม
หรือ พหุภาคี เน้นความสำคัญของผู้มีส่วนเข้ามาจัดการทรัพยากร
(หรือ คำที่ใช้อีกคำหนึ่งในภาษาไทยคือ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
ภาษาอังกฤษใช้คำว่า stakeholder) ว่าไม่ใช่เพียงคนกลุ่มเดียวแต่ควรเป็นกลุ่มคนจากหลายๆ
ส่วน โดยให้ความสำคัญกับการสร้างกระบวนการตัดสินใจและดำเนินงานร่วมของกลุ่มผู้มีส่วนเกี่ยวข้องดังกล่าว
เพราะจะเป็นทางออกของการจัดการทรัพยากรที่นำไปสู่ความยั่งยืน
มากกว่าการรวมศูนย์การจัดการไว้ที่ภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว
เมื่อมองลึกไปถึง บทบาทในการจัดการ
เรามักจะเกิดความสับสนว่าใครหรือคนกลุ่มไหนกันแน่ควรเข้ามามีบทบาทหลักในการจัดการป่าและทรัพยากร
เพราะมีผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมากมายทั้งที่เข้ามาเนื่องจากมีภารกิจตามกฎหมาย
หรือเกี่ยวข้องเนื่องจากอยู่ใกล้และใช้ประโยชน์จากป่า
บางกลุ่มอาจอยู่ไกลจากทรัพยากรแต่มีความสนใจหรือมีความผูกพันทางใจ
จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะกำหนดบทบาทหรือทำให้ทุกๆ ฝ่ายยอมรับในบทบาท
หน้าที่และการตัดสินใจสำคัญๆ เพื่อกำหนดแนวทางในการจัดการป่าผืนใด
ผืนหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม แนวคิดหลักของการจัดการทรัพยากรอย่างมีส่วนร่วม
คือการจัดกระบวนการให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องฝ่ายต่างๆ ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการเจรจาต่อรองเกี่ยวกับเป้าหมาย
วัตถุประสงค์ และแนวทางของการจัดการป่า รวมไปถึงการเจรจาหาข้อตกลงในเรื่องการเข้าถึงและสิทธิในการใช้ทรัพยากร
ผู้ใช้ทรัพยากร เป็นกลุ่มคนที่มีความสำคัญในการร่วมตัดสินใจเพื่อการกำหนดสิทธิและขอบเขตในการใช้ที่จะบอกว่าใครใช้ประโยชน์อะไร
ใช้ปริมาณเท่าใด ภายใต้ข้อกำหนดเงื่อนไขอันใด
คำว่า ผู้ใช้ทรัพยากร อาจต้องพิจารณาในรายละเอียดว่าใครใช้ประโยชน์อะไร
ดังตัวอย่างในตาราง

แหล่งที่มา: สมศักดิ์ สุขวงศ์,
ปี พ.ศ. 2546 (คลิกเพื่อดูรูปขยาย)
ด้วยความไม่เท่าเทียมกันในเรื่องของสิทธิในการเข้าถึงทรัพยากร
ความสนใจ ผลกระทบ จากการใช้ประโยชน์ ในการพิจารณาผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
และการกำหนดบทบาทในการจัดการป่าและทรัพยากรร่วมกันจึงต้องพิจารณาประเด็นต่างๆ
ควบคู่ไปด้วยกัน อาทิ
ความมากน้อยหรือความจำเป็นต้องพึ่งพิงทรัพยากรในทางเศรษฐกิจและสังคม
สิทธิการเข้าถึงและประโยชน์จากการใช้ทรัพยากรซึ่งมิได้หมายถึงสิทธิทางกฎหมายเพียงอย่างเดียว
ความสอดคล้องระหว่างความสนใจรวมทั้งกิจกรรมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับนโยบายรัฐ
ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องแต่ละกลุ่มมีอิทธิพลและผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติต่างกัน
ความต่อเนื่องยาวนานที่ผูกพันกับทรัพยากรนั้นๆ แต่อาจเปลี่ยนไปตามกาลเวลา
ความรู้ที่เป็นเอกลักษณ์ (ภูมิปัญญา) หรือ ความชำนาญในการจัดการทรัพยากร
ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการจัดการทรัพยากรทั้งในอดีต
และปัจจุบัน หรือจากการที่ได้ลงทุนไปแล้ว
ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้มูลค่าทางประวัติศาสตร์ และทางวัฒนธรรมของพื้นที่ต่างกัน
ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีการลงทุน ลงแรง และความสนใจต่างกัน
ตอนหน้า จะนำเสนอเครื่องมือที่ใช้เพื่อการวิเคราะห์ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยนำข้อพิจารณาข้างต้นมาใช้เพื่อหาข้อตกลงร่วมกัน
|